| - ChAn's profileNext Step*BlogLists | Help |
Next Step* |
August 23 ผ้าขาว"ปลุกพลังความคิด เปิดสวิตซ์ความสร้างสรรค์" ครั้งหนึ่ง-ค่ายหนึ่ง-คนหนึ่ง ตอนเด็กๆฉันสงสัยว่า ทำไมผู้ใหญ่เปรียบเด็กเสมือนผ้าขาว อาจเพราะ เด็กๆยังสะอาด ปราศจากมลทินเปรอะเปื้อน อาจเพราะ เด็กๆนั้นนุ่มนิ่ม ดังผ้าที่ใช้คอมฟอท อาจเพราะ เด็กๆพับง่าย แก่ๆพับยาก แต่ค่ายนี้ทำให้ฉันเข้าใจว่า เด็กๆเหมือนผ้าขาวที่ไม่มีกรอบวาดอยู่ ..จึงมีการระบายออกนอกขอบผ้า ไปเลอะพื้นมากมาย กระบวนการสร้างสรรค์ของเด็กเหนือชั้นยิ่งกว่าเหรียญโอลิมปิกที่ค้ำคอ ดังการวาดภาพด้วยสี แล้วระบายด้วยดินสอ ที่เจตนารมณ์ไม่ได้ตั้งอยู่บนเหตุผลที่น่าจะเป็นเสมอ น่าสนใจที่ว่า.. หากผู้ใหญ่คิดอะไรง่ายๆแบบเด็ก โลกนี้จะเป็นอย่างไร? ฉันอาสาทำงาน ที่ไม่เคยคิดอยากทำในชีวิต ในค่ายนี้ การรวบรวม จัดพิมพ์เอกสาร เป็นความไม่สนุกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่ความเต็มใจนั้นผลักดันให้หลายอย่างเกิดขึ้น อย่างสุดความสามารถ ด้วยเหตุผลที่ฉันเองก็ไม่แน่ใจ เพราะเจตนารมณ์ของฉัน มันแค่ไม่ได้ตั้งอยู่บนเหตุผลอีกต่อไป มัน เหนื่อย แต่ไม่หน่าย .. เสียงที่ไม่คุ้น สะกิดริงโทนให้ดังเป็นระรอก คนที่บรรจงหยอดเหรียญสิบลงในตู้โทรศัพท์ แทนตู้เกมส์เหล่านั้น ไม่มีเรื่องจะเล่าให้ฟังมากไปกว่า “พี่สบายดีมั๊ยคับ” มันทำให้ไม่มีเหตุผลจะหยุดยิ้มเลย การสนุกไปกับเด็กๆ อาจทำให้ใครหลายคน รู้สึกเหมือนกลับเป็นเด็กอีกครั้ง อย่างน้อยฉันเอง ก็เคยฝันว่า.. “โตขึ้นอยากเป็น เด็ก” อยากถอยหลังกลับไปเป็นผ้าขาวอีกครั้ง จะได้ระบายสีใหม่ให้สวยขึ้น แต่มันก็จริงสำหรับ ผ้าที่ตีกรอบ และระบายสีไปแล้ว คงจะลบใหม่ไม่ได้ แล้วจะสนใจทำไมล่ะ ในเมื่อระบายสีขาวล้วนทับไปก็ได้ .. จันทรี จันทรพันธุ์ (จวง) เลขาธิการ *สรุปค่ายเสร็จ..ลาก่อนอาหารไทย *แล้วเจอกัน **รัก June 01 graduated2nd high school graduation ปัจฉิมปริ่มน้ำตาลา Blair Academy Thursday, May 22 turn such a beautiful day like it suppose to be. ฝนตกสาหัส อุณหภูมิยังไม่แต่สองหลัก ท้องฟ้าขยิบตา"โปรดหลีกเลี่ยงงานกลางแจ้ง" Wake up without alarm, I can tell how excited I feel at that point เสียงเป่าผมดังพร้อมกันทั้งหอ แยงเข้ารูหูก่อนไก่โห่ แทบเต้นแต่ไม่ตื่น ทว่าใครๆก็ตื่น-เต้น It seems like the last day won't be anything less than the BEST day ever. ใครๆก็คิดอย่างนั้น ... "Yo! dude. You know when do we need to get there?" "โนไอเดียเบบส์ ซอรี่" คุณรูมเมทผู้ถามมาในโหมด ฮิปปี้ร่างเจ้าสาว วันนี้วันอะไรเนี่ย เอ๊ะ! หรือกูลืมใส่แว่น "Heyyyyyy, Channnn. Are you excited?!!!" ไม่แน่ใจคะเพื่อน แต่ดูเหมือนว่ามึงจะเป็นมาก อย่าลืม..ความแตกต่างของงานแกรทกับงานแต่ง คือความหนาของเครื่องสำอาง "Where are they now, I mean, your parents?" คงกำลังฝันว่าลูกตอบคำถามนี้อยู่อะคะ พอดีแม่ไม่ค่อยตื่นเต้นที่ลูกแกรทซ้ำซ้อน "Picture. Picture. 1 2 3 cheeseee..e" ปากใกล้ฉีกถึงสมองส่วนกลาง หันตามแสงแฟรชไม่ทัน แต่สู้คะ 1 2 3 ชิททททท.. ... Apparently, today is a meaningful and best special day for everyone. ใครจะรู้ว่า วันนี้ฉันจะจำไปจนหมดลม เพราะเกือบหมดลมในวันนี้ Today's weather is only fit the word "perfect". ลมพัดกระโปรงขาวปลิวว่อน ฝนชะให้ชุดโปร่งแสงดูโปร่งใส ผู้ชายเดินไม่มองทาง Today's ceremony begin exactly on time. ตรงเวลาที่ฝนลงเม็ด คุณครูใหญ่กางร่มกล่าวเปิดงาน ด้วยคำว่า "เวลานี้ฤกษ์ดี" Today's speech is delivered amazingly. 60% หดตัวหลบฝนในร่ม 30% มองพวกมีร่มอย่างอิจฉา 10% นั่งก้มหน้าสั่น ที่เหลือฟังคนบนเวทีอย่างตั้งใจ Today's pictures are taken fantastically by only professional photographers. บันทึกภาพ รอยยิ้มปริ่มน้ำตา มาสคาร่าหยาดเยิ้ม Graduation, the last day of prep school, means the happiness. ไม่มีอะไรเศร้าเท่ากับการบอกลาเพื่อนรัก ขณะที่ซอร่า(เด็กลูกครึ่งไทยอินเดีย)มาเยาะเย้ย บวกหัวเราะดังไร้มารยาท I literary run around the place to have the last scene kept in my camera. ผู้คนกระตือรือร้นถ่ายรูปจนพระพายสั่ง พายุแคทเทอรีน่ากระหน่ำ พร้อมฝนห่าใหญ่ กว่าครั้งแรก My friends help holding all my art works back to my room while the storm, still, terrible. ภาพวาดห้ารูปยักษ์ ทำให้ตระหนักน้ำใจเพื่อน ผู้อุส่าห์ทูนงานศิลปะกูไว้บนหัว ใช้บังฝนและลมไปพลาง We have a time hanging out together in my room. I don't know how can I survive without these true FRIENDSHIPs. ห้าคนยัดกันทำให้ห้องรกเกินคำบรรยาย ทุกคนผลัดกันหยิบของที่เพิ่งแพคใส่กระเป๋าเดินทางออกมาดูเล่น Friends in my dorm come to say good bye. หยิบ ยัด เหยียบ โยนของใส่หลังรถ ใครๆก็ทำราวกับทนอยู่ในหอไม่ไหว แม้ซักอีกวินาที We hug each others with tears of sadness and surprise of how quick the time pasted. เพื่อนๆ ลาขาดทีละคน จนหมด ฉันกลายมาเฝ้าบ้านแทนหมา ที่ถูกพาไปเที่ยว . . Only one more night before the flight. ตั้งหนึ่งคืน ที่นับถอยหลังเท่าไรก็มาไม่ถึง I have to stay over while no one left. The dorm is mine!!! หลับไม่ลง กลัวโจร กลัวผี กลัวชะนี กลัวไฟดับ กลัวหลับไม่ตื่น กลัวตกรถ ตกเครื่องบิน ตกโต๊ะ ตกเตียง กลัว... ..Eventually at around 2am, someone slam on my door. ใครหรืออะไรอยู่หลังประตูนั้น ต้องการอะไร ฉันไม่กล้าออกจากโปง The shadow of something show up, sneak in, and... หัวใจฉันตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ...turn the light on! โอ้วมายก๊อดดดดดด!!!! คุณดอร์มแพเร้น My dorm parents who live on the second floor come remind me the most important thing. ชีมาทวงให้เลาะโปสเตอร์คำว่า"เหี้ย"ที่ผนังออก และดูดฝุ่นก่อนจากไป Such a fabulous gift! เลื่อนเวลาปลุกจากตีห้า เป็นตีสี่ เนื่องจากชีบังคับ Thank you for everything. อย่าได้ทำร้ายกันอีกเลย... Today is the best 2nd graduation of my life. และ วันมหาวิปโยค ที่คาดไม่ถึง ** *แกรทมาเป็นชาติละ เพิ่งอัพ *อาหารไทยอร่อยเลอค่า **คิดถึงเธอ และ * เจอกัน May 13 - หักมุม -บทที่ 8: ภารกิจ "I.. am.. a quiet person" เสียงผ่านไมโครโฟน ดังไปทั่วหอประชุมใหญ่ ได้ยินเสียงหัวใจดังชัดเจน ในหูทั้งสองข้าง ความคิดไหลเข้าออกไม่หยุด นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่ .. ..ภารกิจ.. ฉันพบตัวเอง กลางแถวที่เจ็ดของหอประชุม ในงาน public speaking contest คนที่กำลังยืนพูดอยู่หน้าโพเดียม ต่อหน้าคนร่วมร้อย ไม่ใช่ฉัน Airi เพื่อนสนิทของฉัน อยู่ตรงนั้น ณ จุดที่ฉันทิ้งไป ... "I am sorry, I am seriously not gonna do it" ฉันจำได้ชัดเจน คะแนนโหวตถล่มทลายจากคนในห้อง ไม่สั่นคลอนการตัดสินใจ ฉันปฏิเสธการเป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน public speaking เพราะ ฉันมั่นใจว่า ฉันรู้ดี speech ของAiri สามารถพัฒนาเข้าแข่งได้ดีกว่า และ ตัวฉันเอง.. "ไม่พร้อม" โอกาสถูกทิ้ง ง่ายดาย เกินไป ... ฉันนั่ง.. มองเห็นตัวเอง ยืนพูดอยู่ที่หลังโพเดียม คิดว่า คงเปลี่ยนคนแปลกหน้า เกือบเจ็ดสิบคน ให้เป็นคนรู้จักได้ง่ายๆ คิดว่า จะปิดท้ายคลาสอังกฤษ ด้วย speech ที่ดีที่สุด คิดว่า พร้อม ..เมื่อสาย แต่"ภารกิจ" ที่เหลือ คือ แค่..ช่วยให้ speech ของคนตรงนั้น สมบูรณ์ "เสียใจที่บอกลาโอกาส" ... เสียงหัวเราะดังเข้ามา ขณะความคิดแทบอุดหูมิดทั้งสองข้าง ..ฉันอาจเป็นคนเดียวที่ไม่ขำ ชั่วกระพริบตา ฉันหัวเราะกับตัวเอง ปราศจากความคิดใดๆอีกต่อไป ฉันกำลังทำอะไร .. ฉันยิ้ม ยิ้มที่ ได้มอบโอกาสให้คนที่พร้อม ยิ้มที่ คนตรงหน้าโพเดียมทำให้ทุกคนสนุก ยิ้มที่ ปิกาจูที่ถูกขว้างผิดจังหวะ ทำให้เสียงหัวเราะดังสนั่น ยิ้มที่ เข้าใจภารกิจ ..ในที่สุด เพราะ โอกาส ควรค่า แก่คนพร้อม และ ไม่จำเป็นต้องคว้า หากยัง"ไม่พร้อม" ใช่..ฉันรู้ดี "ดีใจที่บอกลาโอกาส" .. หักมุมครั้งสุดท้าย ดึงเสียงหัวเราะได้สน่ัน เพราะ.. I am a quiet person หักมุมได้ดี พอๆกับ ความคิดที่หักมุมนั้นเอง * สิบสี่วัน สวัสดีเมืองไทย * graduation ครั้งที่สองของชีวิต * ความรัก ไม่หักมุม * คิดถึงนะ April 20 - กลับมาแต่ยังไม่กลับไป -Chapter 7 บทที่เจ็ด: กลัว เมื่อ เศษหนึ่งส่วนสี่ ของช่วงชีวิตผ่านไปแล้ว มีรอยเท้ารอยใดบ้าง ที่ทำให้การเดินทางของคุณ "คุ้มค่า" ... ประสบการณ์มากมาย ไม่เคยทำให้ฉันอยากเปลี่ยนอดีต มากกว่านั้น บางครั้งมันทำให้ปัจจุบันสะดวกขึ้น "หนูอยากเป็นคนขายไอติม.." ฉันหยิบเอาบทความเล็กๆที่เคยเขียนไว้ มากดปุ่มเปลี่ยนภาษานิดหน่อย กลายเป็น personal speech เมื่อวันก่อน .. "I wanted to be an ice-cream vendor.." .. Public Speaking หรือวิชา การพูดสาธารณะ ติด top 3 สิ่งน่ากลัวในชีวิตมนุษย์ บางคนว่ามากกว่า "ความตาย" เพราะ ความอับอายแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันติดตาชาวบ้าน และติดตราบนหน้าผากคนพลาดไปจนตาย หรือ อาจแค่เพราะ.. เราสนใจสายตาคนอื่นมากกว่าสายตาตัวเอง ... แต่มากกว่า การยืนสั่นหน้าห้อง ฉันเคยกลัว "การตัดผม" ที่สุดในโลก เพราะกลัวเพื่อนจำได้ว่าผมสั้นลง!!! ทั้งๆที่ เพื่อนไม่ได้ทำให้ผมฉันเปลี่ยนไป แต่ ทำให้ทรงผมที่ฉันส่องกระจกดูแล้วชอบ ..กลายเป็นความ "เด๋อ" .. หากแต่ เมื่อเรารู้ว่า ความกลัวทั้งหมด ..เราสร้างขึ้นเอง ประสบการณ์ ขณะเติบโตไปกับโลก จะสอน สิ่งใดควรกลัว สิ่งใดไม่ควร เพราะว่า.. สิ่งเดียวที่น่ากลัวคือ ..ความกลัวนั่นเอง* สายตาและความคิดที่มองเราจากที่อื่น ไม่เคยทำให้ใครตัดสินใจถูก.. ... ตราบใดที่ สิ่งนั้น "ใช่" ที่สุดสำหรับเรา ตราบใดที่ ทรงผมนั้น เราชอบที่สุด ตราบใดที่ เราเป็นคนนั้น ที่อยู่หน้าโพเดียม ตราบใดที่ มหาลัยนั่น จะไม่ทำให้เราผิดหวัง ตราบใดที่ บางอย่างเล็กๆทำให้เรามั่นใจได้ลึกๆ ..แล้ว กลัวใคร เมื่อไม่มีใครจะเสียใจแทนเราได้ เพียงแต่ อย่าใช้สายตา"สกปรก" มองคนที่กำลังเปล่งวาจาอย่างมั่นใจ มันเป็นมารยาทที่แย่ที่สุดของผู้ฟัง และน่ารังเกียจกว่าสิ่งใด .. ฉันยืนอยู่หน้าโพเดียม ไม่สั่น ไม่กลัว ไม่เก็บเสียง ไม่ออมแรงกระโดดดลดเต้น .. และ ความมั่นใจ ไม่ทำให้ฉัน ผิดหวัง native ก็แค่คนขี้กลัวแม้กระทั่งภาษาตัวเอง .. อีกครั้งที่ ประสบการณ์เก่าๆ ปกป้องเราจากความกลัว อีกครั้งที่ ศักยภาพ พิสูจน์ตัวเองว่า มันไม่เคยเปลี่ยนสภาพ แม้อุณหภูมิจะลดลง อีกครั้งที่ ฉันรู้ว่า 25% ของชีวิตฉัน จารึกรอยเท้าที่มีค่า ให้ย้อนกลับมามองดูได้สนุกๆ .. ฉันตอบว่า "มันไม่แปลกหรอก ที่เด็กไทย speak มั่นใจกว่าฝรั่ง" ฉันมักจะตอบว่า "ฉันไปต่อผมมาไง มันเลยสั้นลง!" และ ฉันคงตอบว่า "ฉันจะไป George Washington University" .. เพราะ การตัดสินใจนั้นสิ้นสุดลงแล้ว โดยปราศจากความกลัว ปัจฉิมลิขิต *Franklin D Roosevelt เคยกล่าวไว้ในสปีชที่ดีที่สุดครั้งหนึ่ง *ใกล้เวลากลับบ้าน *เธอมั่นใจนะ *คราวนี้เธอ คือเธอนั่นแหละ "+++++++" ..ติดตามตอนต่อไป |
|||
|
|